02-987-4174

2/51 หมู่บ้านชาวฟ้า ม.6 ต.คูคต  อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี 12130

E-MAIL: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

วิธีทำความสะอาดถุงกรอง (Bage Cleaning)

วิธีทำความสะอาดถุงกรองที่ให้มากที่สุดมี 3 วิธี วิธีที่เก่าแก่ที่สุด คือ การเขย่า (shaking) ถุงกรองให้ฝุ่นที่จับอยู่หลุดออกไป อีก 2 วิธี เป็นวิธีเป่าฝุ่นให้หลุดจากถุงกรองโดยใช้อากาศที่ไหลย้อนกลับเป็น
ตัวเป่า (reverse air flow) หรือ โดยใช้อากาศอัด (Compressed air) พ่นเป็นพัลล์เจท (pulse jets) เพื่อกระแทกฝุ่นที่เกาะอยู่ นอกจากวิธีการข้างต้นแล้ว อาจใช้เทคนิคอื่นก็ได้ แต่ไม่นิยมใช้ในปัจจุบันเนื่องจากเหตุผลทางเศรษฐศาสตร์และทางด้านเทคนิค.

การใช้เครื่องเขย่า (Shaker Cleaning)


วิธีทำให้ฝุ่นหลุดจากถุงกรอง โดยการทำให้ถุงกรองมีการเคลื่อนไหวเร็ว ๆ โดยโยก หรือเขย่าโครง (framework) ที่แขวนถุงเหล่านั้น ดังนั้นถุงจะมีการเคลื่อนไหวเหมือนลูกคลื่นพารามิเตอร์ที่สำคัญ
ที่ทำให้ใช้วิธีนี้ได้ผลดี ก็คือ ขนาด (amplitue) และ ความถี่ในการเขย่า (shaking frequenoy) และความดึงของถุง (bag tensioning) ควรเขย่าถุงให้แรง (vigorous) และนานพอที่จะทำให้ฝุ่นหลุดเท่านั้น เพราะถ้าเขย่าแรงเกินไปจะทำให้อายุการใช้งานของถุงกรองสั้นลง

ใช้วิธีการเขย่าสำหรับถุงกรองที่เปิดที่ก้นถุงและปิดที่ส่วนบนแก๊สที่มีฝุ่นจะไหลเข้าสู่ภายในถุงทางด้านก้นถุง ในขณะที่แก๊สไหลผ่านผ้ากรอง ฝุ่นจะสะสมอยู่บนผิวถุงด้านในและแก๊สสะอาดจะไหลผ่านถุงกรองไปยังท่อไหลออกและระบายทางปล่อง ในขณะที่มีการกรองแบบนี้ซึ่งเป็นแบบแก๊สจากด้านในไปยังด้านนอกถุง ถุงกรองยังคงสภาพเป็นถุง (tubular form) แต่ในระหว่างทำความสะอาดจะหยุดเครื่องมิให้มีแก๊สไหลผ่าน ดังนั้นถุงกรองจะแฟบ (collapse) ในถุงกรองเหล่านี้จะไม่มีโครงหรือวงแหวนค้ำถุงมิให้แฟบ (cage support หรือ anticollapse ring) เพราะจะทำให้เขย่าถุงไม่ได้

ในเครื่องกรองที่ใช้ระบบเขย่าฝุ่นนี้จะแขวนถุงกรองกับตะขอ (motor – driven hook) หรือโครง (framework) ที่สั้นได้ ในสหรัฐอเมริกานิยมใช้ผ้าทอ (woven fabries) ทำเป็นถุงกรอง เนื่องจากการเขย่าฝุ่น ทำให้ถุงกรองเกิดความเค้น (Stress) จึงต้องใช้ผ้ากรองที่หนักและทน ค่าอัตราส่วนของ ปริมารอากาศต่อพื้นที่ผิวผ้า (air – to – cloth หรือ A/C ratio) มีค่าค่อนข้างต่ำ ปกติน้อยกว่า 1:1 (Turner et al, 1984)ในยุโรปใช้ผ้าสักหลาดที่ค่า A/C หรือความเร็วการกรองสูงกว่า

โดยปกติระบบเขย่าฝุ่นนี้จะใช้ในกรณีที่ปริมาณฝุ่นมีไม่มาก ซึ่งกระบวนการผลิตและเครื่องกรองสามารถดำเนินการ (operale) เป็นเวลาหลายชั่วโมงหรือทั้งกะ (shift) ได้ก่อนที่จะหยุด เพื่อทำความสะอาดถุงกรอง แต่ถ้าต้องการใช้ระบบเขย่าฝุ่นกับกระบวนที่มีการกรองแก๊สอย่างต่อเนื่องแล้ว จะต้องออกแบบ baghouse ให้มีหลายห้อง (compartment) โดยให้ห้องหนึ่งหยุด เพื่อทำความสะอาดในขณะที่ห้อง
อื่นยังคงกรอง

การใช้อากาศไหลย้อน (Reverse – Air Cleaning)

เป็นวิธีการเอาฝุ่นที่ติดถุงกรองออกโดยการหยุดอากาศที่ไหล ในทิศทางการกรอง แล้วให้อากาศสะอาดไหลผ่านถุงกรองในทิศทางย้อนกลับ วิธีการทำความสะอาดถุงกรองแบบนี้มักใช้กับถุงกรองซึ่งเปิดที่ก้นถุง และปิดที่ส่วนบน (รูปที่ 1.6) สิ่งที่ต่างับระบบที่ใช้เครื่องเขย่า ก็คือ ถุงที่ใช้กับระบบอากาศไหลย้อนนี้จะมี metal caps ติดที่ปลายบนทำให้ปรับความตึง (tension) ได้ แก๊สที่มีฝุ่นจะไหลเข้าสู่ถุงทางก้นถุงและการกรองเป็นแบบข้างในถุงไปสู่ข้างนอก (inside - out) ดังนั้นฝุ่นจะถูกสะสมอยู่ที่ด้านในถุงกรองในระหว่างทำความสะอาดก็จะหยุดแก๊สที่ไหลเข้าสู่ถุงกรองแล้วเริ่มให้อากาศสะอาดไหลผ่านถุงในทิศทางตรงกันข้ามถุงจะค่อยๆ แฟบเมื่อเริ่มมีอากาศไหลย้อน แต่จะไม่แฟบโดยสิ้นเชิง (complete collapse)เนื่องจากมีวงแหวน (rings) เย็บติดกับถุงกรองฝุ่นที่เกาะภายในถุงจะหลุดและหล่นไปยังถังพักผ้ากรองที่ใช้กับระบบอากาศไหลย้อนมักเป็นผ้าทอ และใช้ค่า A/Cเ หมือนกับระบบเขย่า นั่นคือ ใช้ค่าน้อยกว่า 4:1 และโดยทั่วไปมักใช้พัดลมแยกต่างหากสำหรับอากาศไหลย้อน

การใช้พัลล์เจท (Pulse – Jeg Cleaning)

วิธีการนี้ใช้อากาศที่อัดด้วยความดันสูง (ประมาณ 60 ถึง 120 psi) เพื่อเป่าถุงกรองการใช้พัลล์ของอากาศอัดนี้จะทำให้เกิด Shock wave ซึ่งจะเคลื่อนลงตามถุงกรองและดันฝุ่นให้หลุดจากผ้ากรอง
ปกติวิธีนี้ใช้กับถุงกรองที่ทำด้วยสักหลาด (felted fabric) และค่า A/C มีค่าสูงกว่าที่ใช้ระบบเขย่าฝุ่นและระบบอากาศไหลย้อน คือ ประมาณ 6 ต่อ 1 หรือสูงกว่า ดังนั้น เครื่องกรองที่ใช้พัลล์เจทจึงมีขนาดเล็กกว่าเครื่องกรองชนิดอื่น ระบบพัลล์สำหรับถุงกรองซึ่งเปิดที่ส่วนบนและปิดที่ก้นถุง ในบางแห่งใช้ เวนทูรี่ (Venturi) เพื่อพ่นอากาศตาม shock (ซึ่งเกิดจากการเป่าอากาศอัด) ไปทันที ในระบบการกรองแบบนี้ต่างจาก 2 ระบบแรก คือ ถุงกรองจะเก็บฝุ่นที่ด้านนอกของถุง ส่วนอากาศสะอาดจะไหลผ่านเข้าไปภายในถุงและไหลออกไปทางส่วนบน ดังนั้นจำเป็นต้องมีโครง (cages) ภายในถุงกรองเพื่อมิให้ถุงแฟบ เราสามารถทำความสะอาดถุงโดยวิธีนี้ได้โดยพ่นพัลล์ของอากาศอัด ในขณะที่ถุงกรองยังคงทำงานอยู่ ทั้งนี้เนื่องจากอากาศอัดจะทำ ให้การกรองหยุดชั่วครู่ ดังนั้นการใข้พัลล์เจทจึงทำ ให้ไม่ต้องแบ่งถุงกรองเป็นห้อง(compartmentalization) เหมือนระบบอื่น